Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/domains/chevitdd.com/public_html/forum) is not within the allowed path(s): (/home/february/:/tmp:/var/tmp:/usr/local/lib/php/) in /home/february/domains/chevitdd.com/public_html/forum/Settings.php on line 59

Warning: file_exists() [function.file-exists]: open_basedir restriction in effect. File(/domains/chevitdd.com/public_html/forum/Sources) is not within the allowed path(s): (/home/february/:/tmp:/var/tmp:/usr/local/lib/php/) in /home/february/domains/chevitdd.com/public_html/forum/Settings.php on line 61
โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ChevitDD
ข่าว: ยินดีต้อนรับสู่ "ชีวิตดีดี"
 
*
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน กันยายน 02, 2014, 03:56:52 AM


เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น


หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009  (อ่าน 5998 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
chevitdd
Administrator
Sr. Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 277


ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: มีนาคม 06, 2010, 12:34:17 PM »

โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

โรคเบาหวานกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ปัจจุบันการ แพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) กำลังขยายตัวไปทั่วโลก และขณะนี้ประเทศไทยพบการระบาดภายในประเทศแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานศึกษา และสถานประกอบการ ซึ่งอาจแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้มีอาการคล้ายกันกับไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ธรรมดา ส่วนใหญ่มีอาการน้อยและหายได้โดยไม่ต้องรับการรักษาที่โรงพยาบาล สำหรับผู้ป่วยจำนวนไม่มากในต่างประเทศที่เสียชีวิต มักเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคปอด หอบหืด โรคหัวใจ และหลอดเลือด เบาหวาน เป็นต้น ผู้มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอ้วน ผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และหญิงมีครรภ์

ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

1. ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีโอกาสติด เชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน ทั้งไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1) สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ ในกรณีที่เกิดการติดเชื้อแล้วก็มักจะรุนแรง อัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน

2. การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่มี ประโยชน์มากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สำหรับกรณีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ควรฉีดทุกปี รวมทั้งกรณีของหญิงตั้งครรภ์ เวลาที่เหมาะสมที่จะฉีดวัคซีนคือ ช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว

3. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการป้องกัน โรคไข้หวัดใหญ่คือ การหลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย จำเป็นต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในเรื่องนี้

4. ในกรณีที่มีอาการชวนให้สงสัยว่า ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดงาน หรืองดไปโรงเรียน

5. ปัญหาที่ทำให้การควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือดไม่ดีในระหว่างที่มีการติดเชื้อ มักเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องติดตามระดับน้ำตาลในเลือดอย่างใกล้ชิด และปรับขนาดยาที่ใช้ในการรักษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์

การติดต่อของเชื้อไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1 เอ็น1)

1. คนส่วนใหญ่ติดโรคไข้หวัดใหญ่จาก การถูกละอองฝอยไอจาม น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยโดยตรง หรือได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เช่น ผ้าเช็ดหน้า ลูกบิดประตู โทรศัพท์ แก้วน้ำ ก๊อกน้ำ แป้นคอมพิวเตอร์ แล้วใช้มือแคะจมูก ขยี้ตา ป้ายปาก โดยไม่ได้ล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ก่อน ทั้งนี้ ไม่มีรายงานการติดเชื้อจากการรับประทานเนื้อหมู

2. ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มมีอาการ หลังจากได้รับเชื้อไวรัส 1 – 3 วัน น้อยรายที่นานถึง 7 วัน และอาจเริ่มแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ 1 วันก่อนป่วย ช่วง 3 วันแรกจะแพร่เชื้อได้มากที่สุด และระยะแพร่เชื้อมักไม่เกิน 7 วัน แต่ในเด็กเล็ก อาจแพร่เชื้อได้นานถึง 10 วัน

3. ประชาชนสามารถบริโภคเนื้อหมู หรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงสุกนั้นปลอดภัย เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะถูกทำลาย (inactivate) ได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ไม่ควรนำหมูที่ป่วยหรือตายมาประกอบอาหาร

สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) ทั่วโลก

1. ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นมา ประเทศเม็กซิโกเริ่มพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่และผู้ป่วยปอดบวมสูงขึ้นผิดปกติ จากนั้น จึงเริ่มมีการส่งตัวอย่างจากผู้ป่วยตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ทางองค์การอนามัยโลกไม่ทำการรายงานตัวเลขผู้ป่วยยืนยันโรคนี้ของทุก ประเทศแล้ว แต่จะรายงานเฉพาะประเทศใหม่ที่เพิ่งพบการระบาดของโรค และจะรายงานเป็นรายสัปดาห์รวมทั้งลักษณะการระบาดของโรคในผู้ป่วยรายแรกๆ เท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ได้มีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ไปยังทั่วโลกแล้ว ภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์ ซึ่งขณะนี้มีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยจำนวนมาก จึงเป็นไปได้ยากที่ประเทศต่างๆ จะทำการตรวจยืนยันเชื้อทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วยจำนวนมหาศาลนี้ ซึ่งจะต้องใช้ทรัพยากรทุ่มเทลงไปมาก ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือการตรวจที่จำเป็นอื่นๆ ได้รับการดูแลน้อยลง

2. ขณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะทำ การตรวจยืนยันเชื้อเพื่อดูสถานการณ์โรคหรือปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงมาตรการป้องกันควบคุมโรค ดังนั้น ประเทศต่างๆ จึงไม่ต้องรายงานตัวเลขผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมายังองค์การอนามัยโลก

3. องค์การอนามัยโลกชี้ว่า โอกาสที่จะควบคุมการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ให้จำกัดอยู่ในประเทศที่เป็นต้นเหตุได้ผ่านเลยไปแล้ว และการระบาดมีแนวโน้มกระจายกว้างขวางต่อไปจนเป็นการระบาดใหญ่ (Pandemic) ไปทั่วโลก เมื่อเวลาผ่านไปเชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้การระบาดมีความรุนแรงน้อยลง หรือมากขึ้น ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ แต่จากประสบการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา มักมีการระบาดระลอกหลังตามมาอีก และมีความรุนแรงของโรคมากกว่าระลอกแรก

สถานการณ์การระบาดของโรค ในประเทศไทย

1. ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดู การระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ในปีนี้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่บ้าง

2. จากข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 อาจมีความรุนแรง (อัตราป่วยตาย) ใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และไม่ได้รุนแรงเท่ากับข้อมูลที่ได้รับทราบจากข่าวการระบาดในเม็กซิโกระยะ เริ่มต้น แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอ็ช1 เอ็น1 มีความสามารถในการแพร่กระจายไปได้กว้างขวางกว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทานโรค

3. ขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงต้นของการ ระบาด และการระบาดจะขยายตัวต่อไปอย่างรวดเร็ว ไปทั่วประเทศ และทุกชุมชน การระบาดในกรุงเทพและปริมณฑล เริ่มจากการระบาดในโรงเรียน การระบาดในระยะต่อไป คาดว่าจะเป็นการระบาดในครอบครัวของผู้ป่วย (พ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้สูงอายุที่อยู่ร่วมบ้าน) และการระบาดในโรงพยาบาล และคาดว่าในระยะต่อไปจะเป็นการระบาดในสถานที่ทำงาน ซึ่งเกิดจากการที่พ่อแม่ของเด็กป่วยไปแพร่เชื้อในที่ทำงานนั่นเอง

4. รูปแบบการระบาดของแต่ละพื้นที่ อาจมีลักษณะที่ไม่เหมือนกัน การแพร่ระบาดคาดว่าจะต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง จากข้อมูลการระบาดในอดีต คาดว่าการระบาดจะยังอยู่ในประเทศต่อไปอีก ไม่ต่ำกว่า 1-3 ปี การระบาดระลอกนี้ จะมียอดผู้ป่วยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ อีก 1-2 เดือน แล้วจะเริ่มลดจำนวนลง จากนั้นอาจจะมีการระบาดระลอกต่อไป ภายใต้ข้อมูลและสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ทำให้คาดการณ์ว่า รวมทั้งสิ้นแล้ว จะมีผู้ป่วยประมาณ 3-15 ล้านคน และเป็นผู้ป่วยหนักที่ต้องรับเข้ารักษาในโรงพยาบาลประมาณ 30,000 -130,000 คน และเสียชีวิตในที่สุดประมาณ 1,200 คน

5. ในปีนี้ พ.ศ. 2552 จะมีจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ทั้งหมดสูงกว่าปีก่อนๆ และคาดว่าการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ (เอช1เอ็น1) จะทำมีผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากกว่าการเกิดไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูล สุขภาพกรุงเทพ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF

Valid XHTML 1.0! Valid CSS! Dilber MC Theme by HarzeM